บ้านหอมสดชื่น สร้างได้ง่ายด้วยน้ำหอมธรรมชาติที่หอมได้นานหลายเดือน
บ้านที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยอยู่ตลอดเวลาเป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน เพราะกลิ่นหอมที่พอดีไม่เพียงทำให้บรรยากาศในบ้านน่าอยู่ขึ้น แต่ยังช่วยให้จิตใจผ่อนคลายและอารมณ์ดีขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปัญหาของวิธีเดิมๆ อย่างการพ่นสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดเทียนหอมคือ ต้องคอยทำซ้ำบ่อยๆ ทำให้สิ้นเปลือง และบางครั้งกลิ่นที่พ่นออกมาก็แรงเกินไปจนอึดอัด ทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันคือน้ำหอมธรรมชาติแบบก้านไม้ (reed diffuser) ที่ปล่อยกลิ่นออกมาอย่างสม่ำเสมอและอยู่ได้นานนับเดือนโดยไม่ต้องเปิดปิดหรือจุดไฟเลย
น้ำหอมแบบก้านไม้ต่างจากสเปรย์และเทียนหอมอย่างไร
สเปรย์ปรับอากาศให้กลิ่นหอมทันทีแต่จางหายเร็วมาก บางทีแค่ไม่ถึงชั่วโมงก็ต้องพ่นซ้ำ เทียนหอมให้กลิ่นได้นานกว่าและมีบรรยากาศอบอุ่น แต่ต้องเฝ้าระวังเรื่องไฟตลอดเวลาที่จุด ไม่เหมาะกับบ้านที่มีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงวิ่งเล่น ส่วนน้ำหอมแบบก้านไม้ทำงานด้วยหลักการง่ายๆ คือให้ก้านไม้ไผ่หรือก้านหวายดูดซึมน้ำหอมจากขวดขึ้นมาตามรูพรุนของเนื้อไม้ แล้วค่อยๆ ระเหยกลิ่นออกสู่อากาศทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องเสียบปลั๊ก ไม่ต้องจุดไฟ และปลอดภัยกับทุกคนในบ้าน ขึ้นอยู่กับขนาดขวดและจำนวนก้านไม้ที่ใช้ น้ำหอมชนิดนี้มักอยู่ได้ตั้งแต่ 6 สัปดาห์ไปจนถึง 2-3 เดือนต่อขวด ถือว่าคุ้มค่ากว่าเมื่อคำนวณราคาต่อวันที่ใช้งานจริง
เลือกตำแหน่งวางน้ำหอมให้กลิ่นกระจายทั่วห้อง
ตำแหน่งที่วางมีผลต่อความหอมมากกว่าที่หลายคนคิด ควรเลือกจุดที่อากาศถ่ายเทได้ดี เช่น ใกล้หน้าต่าง บนโต๊ะกลางห้องนั่งเล่น ชั้นวางของในทางเดิน หรือมุมโต๊ะทำงาน หลีกเลี่ยงมุมอับลมหรือหลังประตูที่ปิดสนิทตลอดเวลา เพราะกลิ่นจะไปไม่ถึงไหน สำหรับห้องน้ำที่มีความชื้นสูงและอากาศไม่ค่อยหมุนเวียน แนะนำให้วางใกล้ช่องระบายอากาศหรือพัดลมดูดอากาศเพื่อช่วยกระจายกลิ่นได้ดีขึ้น ส่วนห้องนอนควรวางให้ห่างจากตัวเราขณะนอนหลับสักหน่อย เพื่อไม่ให้กลิ่นแรงเกินไปตอนกลางคืน
เคล็ดลับเพิ่มความหอมให้เข้มข้นและอยู่ได้นานขึ้น
เมื่อรู้สึกว่ากลิ่นเริ่มจางลง ให้ลองพลิกกลับด้านก้านไม้ทุกๆ 1-2 สัปดาห์ เพราะปลายที่ยังไม่เคยสัมผัสอากาศจะสดใหม่กว่าและดูดซึมน้ำหอมขึ้นมาได้เร็วกว่าด้านที่ใช้งานมานาน หากต้องการกลิ่นแรงขึ้นในบางโอกาส เช่น มีแขกมาเยี่ยม สามารถเพิ่มจำนวนก้านไม้ที่แช่อยู่ในขวดได้ ตรงกันข้ามหากกลิ่นแรงเกินไปสำหรับพื้นที่เล็กๆ ก็สามารถลดจำนวนก้านไม้ลง หรือย้ายขวดไปไว้ในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทมากขึ้น ทั้งหมดนี้ปรับได้ตามความชอบส่วนตัวและขนาดของห้อง
เลือกกลิ่นให้เข้ากับอารมณ์และการใช้งานของแต่ละห้อง
การเลือกกลิ่นให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ช่วยเสริมบรรยากาศได้มาก ห้องนอนเหมาะกับกลิ่นที่ผ่อนคลายและช่วยให้หลับสบาย เช่น ลาเวนเดอร์ กุหลาบ หรือดอกมะลิ ห้องรับแขกเหมาะกับกลิ่นสดชื่นเป็นมิตร เช่น กลิ่นดอกไม้ขาว กลิ่นส้ม หรือกลิ่นวนิลาอ่อนๆ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นต้อนรับ ส่วนมุมทำงานหรือห้องอ่านหนังสือ ลองเลือกกลิ่นที่ช่วยให้สมองปลอดโปร่งอย่างกลิ่นมะนาว กลิ่นเปปเปอร์มินต์ หรือกลิ่นยูคาลิปตัส ซึ่งช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมีสมาธิมากขึ้น
ข้อควรระวังเมื่อใช้น้ำหอมธรรมชาติในบ้าน
แม้น้ำหอมแบบก้านไม้จะปลอดภัยกว่าการจุดไฟ แต่ก็ยังมีข้อควรระวังเล็กน้อย ควรวางในที่ที่เด็กเล็กและสัตว์เลี้ยงเอื้อมไม่ถึง เพราะหากขวดล้มหรือน้ำหอมหกอาจเป็นอันตรายหากสัมผัสผิวหนังหรือกลืนเข้าไป สำหรับผู้ที่แพ้กลิ่นง่ายหรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจ ควรเริ่มจากปริมาณก้านไม้น้อยๆ ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มเมื่อร่างกายปรับตัวได้ และควรเลือกวางในห้องที่มีอากาศถ่ายเทเสมอ ไม่ควรวางในพื้นที่ปิดสนิทเป็นเวลานาน
ดูแลรักษาและใช้ขวดเปล่าให้คุ้มค่าเมื่อน้ำหอมหมด
เมื่อน้ำหอมในขวดหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องทิ้งขวดไปทันที สามารถเติมน้ำหอมชนิดเดียวกันหรือน้ำหอมสูตรอื่นลงไปใหม่ได้ หากก้านไม้เดิมเริ่มอุดตันหรือดูดซึมได้ไม่ดีแล้ว ให้เปลี่ยนก้านไม้ชุดใหม่แทน กลิ่นหอมก็จะกลับมาสดใหม่อีกครั้ง บางคนนำขวดแก้วเปล่าไปใช้ปลูกต้นไม้ฟอกอากาศขนาดเล็กหรือของตกแต่งอื่นๆ ต่อได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีส่วนผสมที่ปลอดภัย ไม่มีสารอันตรายเจือปน เพื่อความสบายใจของทุกคนในบ้านในระยะยาว
เขียนโดย ใบเฟิร์นจัดบ้าน

Leave a Reply